ชีวิตเปลี่ยนไป เมื่อมี social network
/* มุมมองดังกล่าวข้างล่างนี้ เกิดจากความคิดเห็นส่วนตัวที่ได้พบ มา */
ถ้าจะพูดถึง social network ในตอนนี้ ถูกใช้เป็นช่องทางในการสื่อสารอย่างมาก ถ้ายังไม่รู้คืออะไร ก็ให้หาอ่านจาก นี่
ที่จะพูดถึงก็คือ เหตุการณ์บ้านเมืองเดือน เมษา และ พฤษภาคม 53 เมื่อเปรียบเทียบ กับ พฤษภาคม 35
อันนี้ประสบกับตัวเองด้วยเหตุการณ์ทั้งสอง เหตุการณ์
เริ่มจาก พฤษภาคม 35
- สื่อวิทยุ โทรทัศน์ ถูกปิดกั้นด้วย รัฐบาล
- มีการสื่อสาร ช่องทางใหม่ คือ ม๊อบ มือถือ อาจกล่าวได้ว่าเป็นกลุ่มคนชั้นกลาง
และอยู่ในพื้นที่ของ กทม ชั้นใน - ในขณะเดียวกัน มี ช่องทางการสื่อสาร ทางวิทยุสมัครเล่น หรือ วอ. ดำ
ซึ่งสามารถ รับฟังเครือข่ายช่องทาง เฉพาะกลุ่ม และดักฟัง ตำรวจ/ ทหารได้ ในกรณีรู้ช่องความถี่ - ทั้งมือถือและวอ.ดำ เป็นช่องทางการเผยแพร่ข่าว จากพื้นที่จริงนอกเหนือการปิดกััน
ผลคือ รัฐ แพ้
เมษา 53
- รัฐยังไม่ได้ปิดกั้น สื่อวิทยุ โทรทัศน์ มากนัก
- มีการสื่อสาร ช่องทางใหม่ คือ social network
- การเข้าถึงข้อมูลการประทะเกิดขึ้น รวดเร็ว และ ง่ายต่อการเข้าถึงมากขึ้น
- เชื่อว่ามีผู้คนนับล้านติดตาม เหตุการณ์ การปะทะ ผ่าน Twitter และ Facebook ในคืนนั้น
- สำนักข่าว นำข้อมูล /รูปภาพ / คลิป จากการเผยแพร่ ใน social network เสนอในช่องทางปกติ
ผลคือ รัฐ แพ้
พฤษภาคม 53
- รัฐปิดกั้นการนำเสนอ ข่าวการชุมนุม โดยปิดช่องทางของ PTV และวิทยุชุมชน
- รัฐปิดกั้นสัญญาณมือถือ ทำให้การรายงานผ่าน social networkถูกจำกัดอยู่ในวงนักข่าวภาคสนาม
- ข้อมูลใน Twitter และ Facebook ส่วนใหญ่มาจากการนำเสนอข่าวภาคปกติ
- สำนักข่าว นำเสนอข้อมูลข่าว จาก ผู้สือข่าวภาคสนาม
ผลคือ รัฐชนะ
อาจจะสรุปได้ว่า การยึดกุม การสื่อสาร ควบคุม จำกัด เป็นปัจจัย ที่ทำให้เกิดภาพลักษณ์ ที่ดีต่อการปฏิบัติการ
ดังนั้น การปฏิบัติการทางการเมืองและทหาร ในสมัยที่ social networkเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต ของคนเมือง
ย่อมหมายถึง ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น อย่างชัดเจน
Advertisement